เมื่อการเรียนรู้กลายเป็น Checklist

Published on
Written by

มีคำถามหนึ่งที่น่าสนใจเกี่ยวกับการพัฒนาคนในองค์กรว่า หากพนักงานเรียนครบทุกหลักสูตรที่กำหนดไว้ นั่นแปลว่าเขาเติบโตขึ้นแล้วจริงหรือไม่ คำถามนี้อาจฟังดูแปลกในช่วงเวลาที่หลายองค์กรลงทุนกับ Learning & Development มากกว่าที่เคย Learning Platform ถูกพัฒนาให้เข้าถึงง่ายขึ้น หลักสูตรออนไลน์มีให้เลือกมากขึ้น ข้อมูลการเรียนรู้ถูกวัดผลได้ละเอียดขึ้น เราจะรู้ว่าใครเรียนอะไร ใช้เวลากี่ชั่วโมง จบหลักสูตรหรือยัง แต่ในขณะที่องค์กรสามารถติดตาม “การเรียนรู้” ได้ละเอียดกว่าเดิม กลับมีบางอย่างที่วัดได้ยากขึ้นนั่นคือ การเรียนรู้เหล่านั้นเปลี่ยนแปลงอะไรในตัวคนบ้าง

เมื่อการเรียนรู้กลายเป็นสิ่งที่ต้องทำ

หลายองค์กรไม่ได้มีปัญหาเรื่องการเข้าถึงการเรียนรู้อีกต่อไป แต่สิ่งที่เริ่มพบมากขึ้นกลับเป็นอีกเรื่องหนึ่งคือคนเข้าถึงการเรียนรู้ได้ แต่ไม่ได้รู้สึกเชื่อมโยงกับมัน หลายคนคุ้นเคยกับการได้รับอีเมลแจ้งหลักสูตรใหม่ มีลิงก์เรียนออนไลน์ส่งเข้ามา หรือมีเป้าหมายด้านการพัฒนาที่ต้องทำให้ครบภายในสิ้นปี ทุกอย่างดำเนินไปตามระบบที่ออกแบบไว้เป็นอย่างดีแต่ระหว่างทางการเรียนรู้กลับค่อย ๆ เปลี่ยนบทบาทของตัวเองไป จากสิ่งที่เคยเป็นโอกาสในการเติบโต กลายเป็นอีกหนึ่งรายการใน To-do List ต้องทำให้ครบทำให้เสร็จเพื่อจะไปต่อ บางครั้งสิ่งที่จำได้หลังจากเรียนจบไม่ใช่ความรู้ แต่เป็นความรู้สึกว่า “ผ่านไปอีกหนึ่งหลักสูตร”

Completion Rate อาจไม่ใช่คำตอบทั้งหมด เมื่อสามารถบอกได้ว่า

  • มีคนเข้าเรียนกี่คน
  • มีคนเรียนจบกี่เปอร์เซ็นต์
  • หลักสูตรใดได้รับความนิยม

แต่ข้อมูลเหล่านี้อาจยังไม่ตอบคำถามสำคัญที่สุด แต่สิ่งสำคัญที่สุดก็คือคนเหล่านั้นนำสิ่งที่เรียนไปใช้จริงหรือไม่ และที่สำคัญมากกว่านั้นคือเขารู้สึกว่าตัวเองเติบโตขึ้นหรือเปล่า

องค์กรวัดสิ่งที่เรียน แต่คนวัดสิ่งที่เปลี่ยน

การเรียนรู้เป็นหนึ่งในไม่กี่เรื่องที่องค์กรและพนักงานอาจนิยามคำว่า “ความสำเร็จ” ไม่เหมือนกัน สำหรับองค์กรความสำเร็จอาจหมายถึงการที่คนเข้าถึงโอกาสในการพัฒนา มีส่วนร่วมกับการเรียนรู้ และได้รับทักษะที่จำเป็นต่อการทำงาน แต่ในมุมของพนักงานคำถามมักเรียบง่ายกว่านั้น สิ่งที่กำลังเรียนอยู่ช่วยให้การทำงานดีขึ้นหรือไม่ ช่วยให้รับมือกับความท้าทายใหม่ ๆ ได้หรือเปล่า ความแตกต่างนี้อาจจะดูเล็กน้อย แต่ส่งผลต่อความรู้สึกที่มีต่อการเรียนรู้ไม่น้อย เพราะในขณะที่องค์กรกำลังลงทุนกับการสร้างโอกาสในการพัฒนา คนทำงานกลับกำลังมองหาความเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ในชีวิตการทำงานของตัวเอง

องค์กรมองเห็นกิจกรรม

องค์กรต้องการเห็นการมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ ต้องการรู้ว่าคนกำลังพัฒนาตัวเองอยู่และต้องการมั่นใจว่าทักษะสำคัญได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สิ่งเหล่านี้ล้วนสำคัญ แต่ส่วนใหญ่เป็นสิ่งที่สามารถวัดได้จาก “กิจกรรม”

คนมองหาความก้าวหน้า

ในมุมของพนักงานคำถามกลับเรียบง่ายกว่านั้น เพราะสิ่งที่พวกเขาอยากรู้ไม่ใช่จำนวนชั่วโมงเรียนที่เพิ่มขึ้น แต่คือฉันทำงานได้ดีขึ้นหรือยัง สิ่งที่กำลังเรียนอยู่ กำลังพาฉันไปข้างหน้าจริงไหม เพราะสุดท้ายแล้วคนไม่ได้จดจำการเรียนรู้จากจำนวนหลักสูตรที่เรียนจบ แต่จดจำจากสิ่งที่เปลี่ยนแปลงไปในตัวเองหลังจากนั้น

ปัญหาอาจไม่ใช่เรื่องแรงจูงใจ

เมื่อคนไม่อยากเรียนรู้ สิ่งแรกที่หลายองค์กรมักตั้งคำถามคือเราจะทำอย่างไรให้คนอยากเรียนมากขึ้น แต่บางทีคำถามอาจไม่ใช่เรื่องแรงจูงใจเลย คนส่วนใหญ่ไม่ได้ปฏิเสธการพัฒนาตัวเอง พวกเขาเข้าใจดีว่าการเรียนรู้เป็นส่วนหนึ่งของการทำงานไปแล้ว สิ่งที่เริ่มเกิดขึ้นในวันนี้คือผู้คนไม่ได้สงสัยว่า “ทำไมต้องเรียน” แต่กำลังสงสัยว่า “เรียนไปเพื่ออะไร” ยิ่งมีหลักสูตรให้เลือกมากขึ้น ยิ่งมีทักษะใหม่ให้ตามมากขึ้น หลายคนกลับไม่ได้รู้สึกว่าอนาคตของตัวเองชัดขึ้นตามไปด้วย ตรงกันข้ามบางคนเริ่มรู้สึกเหมือนกำลังวิ่งอยู่บนสายพาน มีอะไรใหม่ให้เรียนอยู่เสมอ มีสิ่งที่ควรพัฒนาอยู่ตลอดเวลา แต่ไม่แน่ใจว่าความพยายามทั้งหมดนั้นกำลังพาตัวเองไปทางไหน และเมื่อการเรียนรู้ไม่เชื่อมโยงกับเป้าหมายหรือความหมายบางอย่างสำหรับตัวเอง สิ่งที่เคยเป็นโอกาสในการเติบโต ก็อาจค่อย ๆ กลายเป็นภาระโดยไม่รู้ตัว

การเรียนรู้จะมีความหมายก็ต่อเมื่อคนมองเห็นตัวเองอยู่ในนั้น

หลายองค์กรทุ่มเทอย่างมากกับการสร้างโอกาสในการเรียนรู้ แต่บางครั้งสิ่งที่ทำให้คนอยากเรียนรู้อาจไม่ใช่จำนวนหลักสูตรที่เพิ่มขึ้น แต่เป็นความรู้สึกว่าสิ่งที่กำลังเรียนรู้เกี่ยวข้องกับตัวเองจริง ๆ เกี่ยวข้องกับปัญหาที่กำลังเผชิญ เกี่ยวข้องกับบทบาทที่กำลังรับผิดชอบหรือเกี่ยวข้องกับอนาคตที่ตัวเองอยากไปถึง คนไม่ได้รู้สึกผูกพันกับการเรียนรู้เพราะมีคอร์สให้เลือกมากขึ้น แต่เพราะมองเห็นว่าการเรียนรู้นั้นกำลังช่วยให้ตัวเองก้าวข้ามบางอย่างได้ อาจเป็นการบริหารทีมได้ดีขึ้น กล้าตัดสินใจมากขึ้นหรือพร้อมสำหรับโอกาสใหม่ที่กำลังจะมาถึง เมื่อสิ่งที่เรียนเชื่อมโยงกับสิ่งที่คนให้ความสำคัญ การเรียนรู้ก็จะไม่ใช่ภาระและไม่จำเป็นต้องถูกผลักดันด้วย KPI เสมอไป

เมื่อการเรียนรู้กลับมาเป็นเรื่องของการเติบโต

บางทีโจทย์ขององค์กรในวันนี้ อาจไม่ใช่การสร้างหลักสูตรเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งหลักสูตร แต่อาจเป็นการทำให้คนมองเห็นว่า สิ่งที่กำลังเรียนรู้เชื่อมโยงกับการเติบโตของตัวเองอย่างไร เพราะเมื่อการเรียนรู้มีความหมาย คนไม่จำเป็นต้องถูกผลักให้เรียนอยู่ตลอดเวลา พวกเขาจะเลือกเรียนรู้ด้วยตัวเอง ไม่ใช่เพราะต้องทำให้ครบ แต่เพราะมองเห็นว่ามันพาตัวเองไปข้างหน้าได้จริง