ความรู้หาไม่ยากอีกต่อไป แต่คนกลับเหนื่อยกับการพัฒนาตัวเองมากกว่าเดิม

Published on
Written by

training มีมากขึ้นแต่หลายคนกลับรู้สึกเหนื่อยกับการพัฒนาตัวเองมากกว่าเดิม มันเป็นความรู้สึกแปลก ๆ ที่เริ่มเห็นชัดขึ้นเรื่อย ๆ ในหลายองค์กรช่วงนี้ คอร์สที่มีเต็มไปหมด อยากเรียนอะไรก็ search เจอทันที หลายองค์กรเองก็ลงทุนกับ Learning & Development มากขึ้นกว่าที่เคย มีทั้ง learning platform, online course, workshop, coaching ไปจนถึง leadership program ที่ออกแบบมาอย่างดี ดูเผิน ๆ ทุกอย่างเหมือนกำลังไปในทิศทางที่ดี แต่ในอีกด้านหนึ่งคนทำงานจำนวนไม่น้อยกลับเริ่มรู้สึกว่ายิ่งพัฒนาตัวเอง ยิ่งเหนื่อย ไม่ใช่เพราะไม่อยากโต แต่เพราะเริ่มไม่แน่ใจว่าตัวเองกำลังพยายามไปเพื่ออะไรกันแน่ ความรู้ทุกวันนี้เข้าถึงง่ายมากแต่ความรู้สึกว่า “ตัวเองดีพอแล้ว” กลับเข้าถึงยากขึ้นเรื่อย ๆ

เมื่อการเรียนรู้เริ่มกลายเป็นแรงกดดัน

ที่ผ่านมาเวลาพูดถึงการเรียนรู้ เรามักมองว่ามันเป็นเรื่อง positive ยิ่งเรียนมากยิ่งดี ยิ่งพัฒนาตัวเองยิ่งได้เปรียบ แต่พักหลัง หลายองค์กรเริ่มเห็นอะไรบางอย่างเหมือนกัน คนในทีมเรียนเยอะขึ้นแต่ไม่ได้มั่นใจขึ้นเสมอไป บางครั้งกลับตรงกันข้ามด้วยซ้ำ เพราะยิ่งมีอะไรให้เรียนมากเท่าไรคนยิ่งรู้สึกว่าตัวเองยัง “ไม่พอ” มากขึ้นเท่านั้น เปิด LinkedIn ก็เห็นคนเรียนเพิ่ม เปิด social media ก็มีคนแชร์ skill ที่ควรมีเต็มไปหมด AI, Data, Leadership, Communication, Strategic Thinking ทุกอย่างดูสำคัญไปหมด จนหลายคนเริ่มไม่แน่ใจว่า จริง ๆ แล้วตัวเองควรเก่งเรื่องอะไรกันแน่ แล้วสุดท้าย การเรียนรู้ก็เริ่มเปลี่ยนจาก “การเติบโต” กลายเป็น “การพยายามตามให้ทัน”

องค์กรมี learning มากขึ้น แต่คนไม่ได้รู้สึกว่าตัวเองโตขึ้นเสมอไป

สิ่งที่น่าสนใจคือความรู้ไม่ใช่ปัญหาขององค์กรอีกต่อไปแล้ว วันนี้หลายองค์กรมี learning solution ที่ดีมาก มีทั้ง platform, roadmap, competency model หรือ training program ที่ครบกว่าหลายปีก่อนมาก แต่สิ่งที่หลายองค์กรเริ่มถามกลับไม่ใช่ “เรามี learning เพียงพอหรือยัง” แต่คือ “ทำไมคนยังไม่รู้สึกว่าตัวเองกำลังเติบโต” บางองค์กรมี learning platform ที่ลงทุนไปเยอะมาก แต่ engagement กลับต่ำกว่าที่คิด บางทีมส่งคนเข้า training ตลอด แต่ manager ก็ยังรู้สึกว่าทีมทำงานแบบเดิม หรือบางครั้งพนักงานเรียนจบครบทุกหลักสูตรแล้ว แต่ก็ยังไม่กล้าตัดสินใจอยู่ดี มันเลยเริ่มเห็นชัดขึ้นเรื่อย ๆ ว่าปัญหาอาจไม่ใช่เรื่อง “learning access” อีกแล้ว แต่เป็นเรื่องที่การเรียนรู้หลายอย่าง ยังไม่ connect กับชีวิตการทำงานจริงของคน เพราะสุดท้ายคนไม่ได้อยากเรียนเพิ่มไปเรื่อย ๆ โดยไม่มีจุดหมาย คนอยากรู้มากกว่าว่าสิ่งที่กำลังพยายามเรียนอยู่จะช่วยให้ตัวเองไปต่อยังไง

บางทีสิ่งที่คนต้องการ อาจไม่ใช่ course ใหม่ แต่อยากเห็น direction มากกว่า

หนึ่งในสิ่งที่หลายองค์กรเริ่มสังเกตเห็น คือคนทำงานไม่ได้ struggle เพราะ “ไม่มี skill” แต่ struggle เพราะไม่แน่ใจว่า ตัวเองกำลังเติบโตไปทางไหน ความรู้มีเยอะแล้วแต่ direction กลับไม่ชัด แล้วพอไม่เห็น direction การเรียนรู้ทุกอย่างก็เริ่มกลายเป็น checklist ไปโดยไม่รู้ตัว เรียนเพราะควรเรียน เรียนเพราะคนอื่นเรียน เรียนเพราะกลัวตามไม่ทัน แต่ไม่ได้รู้สึกว่าสิ่งที่กำลังเรียนเชื่อมกับตัวเองจริง ๆ นี่อาจเป็นเหตุผลว่า ทำไมช่วงหลังหลายองค์กรเริ่มกลับมาพูดเรื่อง self-awareness กันมากขึ้น เพราะก่อนจะพัฒนาคนได้ บางครั้งคนคนนั้นอาจต้องเข้าใจก่อนว่าตัวเองทำงานแบบไหนได้ดีหรืออยากเติบโตไปทางไหน แล้วอะไรคือ skill ที่จำเป็น “สำหรับเขาจริง ๆ” ไม่ใช่แค่ skill ที่กำลังเป็น trend ในปีนั้น

ยิ่ง AI เก่งขึ้น เรื่องที่เกี่ยวกับ “คน” ยิ่งสำคัญขึ้นกว่าเดิม

การมาของ AI ทำให้หลายองค์กรเร่งเรื่อง upskill และ reskill มากขึ้นก็จริง แต่ในอีกด้านหนึ่ง AI ก็ทำให้หลายอย่างชัดขึ้นเหมือนกัน โดยเฉพาะเรื่องที่ technology แทนไม่ได้ง่าย ๆ อย่างการสื่อสาร การฟัง การทำงานร่วมกับคนที่คิดไม่เหมือนเรา หรือการสร้างความไว้ใจในทีม หลายปัญหาในการทำงานวันนี้ไม่ได้เกิดจาก lack of knowledge เลยด้วยซ้ำ แต่เกิดจากเรื่องธรรมดามาก ๆ feedback กันไม่เป็น manager คุยกับทีมไม่เข้าใจ คนในทีมไม่กล้าพูด หรือทุกคนเหนื่อยจนไม่มีพื้นที่ให้เรียนรู้อะไรใหม่แล้ว สิ่งเหล่านี้ไม่ได้แก้ด้วย course เพิ่มเสมอไป และนี่อาจเป็นเหตุผลว่าทำไมหลายองค์กรเริ่มกลับมามอง Learning & Development ใหม่อีกครั้ง ไม่ใช่แค่ในฐานะ “training function” แต่เป็นส่วนหนึ่งของ employee experience และการเติบโตของคนในองค์กรจริง ๆ

สุดท้ายแล้ว คนอาจไม่ได้อยากเรียนรู้ตลอดเวลา แต่อยากรู้ว่าตัวเองยังเติบโตอยู่

ที่ผ่านมาเวลาองค์กรพูดถึงการพัฒนาคนเรามักโฟกัสที่ skill แต่สิ่งที่หลายองค์กรเริ่มเห็นชัดขึ้น คือบางครั้งสิ่งที่ทำให้คนอยากอยู่ต่อไม่ใช่แค่เรื่องเงินเดือน หรือสวัสดิการ แต่คือความรู้สึกว่า “ที่นี่ยังทำให้เราเติบโตได้อยู่” เพราะสุดท้ายแล้วคนไม่ได้ต้องการเรียนเพิ่มไปเรื่อย ๆ อย่างเดียว คนต้องการรู้ว่าความพยายามทั้งหมดที่กำลังทำอยู่ยังพาตัวเองไปข้างหน้าได้จริง และบางทีนี่อาจเป็นหน้าที่สำคัญที่สุดของ L&D ในวันนี้แล้วก็ได้ ไม่ใช่การทำให้คนเรียนได้มากขึ้น แต่คือการทำให้คนยังรู้สึกว่าการเติบโตของตัวเองยังมีความหมายอยู่จริง ๆ