วิธีคัดเลือกผู้เชี่ยวชาญด้าน Outplacement ก่อนเซ็นสัญญา

 

ในช่วงเวลาที่เศรษฐกิจมีความไม่แน่นอนสูง การทำสัญญากับบริษัทที่ให้บริการเกี่ยวกับทรัพยากรบุคคลหรือการลงทุนด้านทรัพยากรมนุษย์ที่ปราศจากประสบการณ์ในการทำ Outplacement หรือการทำ Career Transition มาก่อน ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีสำหรับองค์กรที่มีการเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่  เพราะเมื่อไหร่ก็ตามที่เศรษฐกิจตกต่ำลงอย่างเห็นได้ชัด ก็มักจะมีบริษัทจำนวนมากที่ไม่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมในทรัพยกรมนุษย์พยายามไขว่คว้าสิ่งที่พวกเขาเชื่อว่าเป็นยุคทองในการทำ Outplacement

เป็นความจริงที่ว่าภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ (Economic downturns) โดยเฉพาะอย่างยิ่งในระดับที่น่าวิตกกังวลอย่างต่อเนื่องทำให้เกิดการปลดพนักงาน (Layoff) ในทันทีเพื่อตอบสนองต่อการสูญเสียรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ในช่วงเวลาแบบนั้น การเซ็นสัญญาว่าจ้างกับบริษัทให้บริการเกี่ยวกับทรัพยากรบุคคลหรือการลงทุนด้านทรัพยากรมนุษย์ (Human capital) ที่ขาดประสบการณ์ในการทำ Outplacement มาก่อน ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีสำหรับองค์กรที่กำลังเผชิญกับวิกฤตเศรษฐกิจ

แน่นอนว่าการขาดประสบการณ์ไม่สามารถยับยั้งบริษัทบางแห่งที่มีความเชี่ยวชาญด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรื่องการลงทุนด้านทรัพยากรมนุษย์ อาทิ Talent management, Recruitment, Leadership development หรือการ Coaching พยายามขยายสายงานของธุรกิจมาทางด้านการให้บริการทำ Outplacement

ดังนั้นคุณต้องเข้าใจก่อนว่าการสานต่ออาชีพ (Career Transition) มีความต่อเนื่องกับการลงทุนด้านทรัพยากรมนุษย์เชิงกลยุทธ์อย่างไร และการที่เขาเหล่านั้นขาดความรู้ความเชี่ยวชาญในเรื่องนี้อาจส่งผลร้ายตามมา

ความเป็นมืออาชีพ การวางแผนที่ดี การดำเนินการอย่างราบรื่นระหว่างการทำ Outplacement คือสิ่งสำคัญที่สุด และเป็นหัวใจสำคัญหลักขององค์กรที่มีความห่วงใยต่อพนักงาน และเป็นกระบวนการที่สะท้อนให้เห็นถึงคุณค่าอันยิ่งใหญ่ของพนักงาน แม้ว่าพวกเขาจะไม่ได้เป็นที่ต้องการขององค์กรอีกต่อไป แต่ว่าพวกเขายังได้รับการปฏิบัติอย่างมีศักดิ์ศรี และสมควรที่จะได้รับการปฏิบัติให้เหมือนกับเมื่อตอนที่เขายังอยู่กับองค์กร การดำเนินการบอกเลิกจ้างอย่างเหมาะสมสามารถช่วยส่งต่อการชีวิตให้กับพนักงานที่ถูกปลดออกให้ก้าวย่างต่อไปได้ และเป็นฐานสำคัญให้กับภาพลักษณ์ขององค์กรอีกด้วย

กล่าวอย่างสั้นๆ ก็คือ การบอกเลิกจ้างที่เป็นไปตามมาตรฐานระดับสูงจะเป็นเรื่องที่ทั้งฝ่ายพนักงานและฝ่ายองค์กรได้ประโยชน์ร่วมกัน และหากบอกเลิกจ้างเป็นไปอย่างขาดมาตรฐาน ผลเสียอาจเกิดขึ้นได้อย่างไม่มีขีดจำกัดสำหรับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

เพื่อป้องการการผิดพลาดในการว่าจ้างบริษัทผู้ให้บริการด้าน Outplacement ก่อนมีการทำสัญญาว่าจ้าง ขอแนะนำให้ใช้คำถาม 4 ข้อด้านล่างเพื่อลดความเสี่ยงและเพิ่มความมั่นใจในการคัดกรองผู้ให้บริการที่มีความเชี่ยวชาญอย่างแท้จริง กล่าวคือ

ความเป็นมืออาชีพ คุณสมบัติในการเป็นผู้ให้บริการ Outplacement นั้นพิสูจน์ได้และมีความสำเร็จที่ผ่านมาเป็นตัวยืนยัน ผู้ให้บริการ มืออาชีพจะต้องเคยทำงานร่วมกับบริษัททุกประเภทและทุกขนาด และยังสามารถเสนอบริการและวิธีการแก้ปัญหาที่หลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะที่มีอยู่ในระดับต่างๆขององค์กร  ผู้เชี่ยวชาญการในบริการสานต่ออาชีพ (Career Transition) ไม่เพียงแต่จะรู้ว่าต้องช่วยเหลือพนักงานทั่วไปอย่างไรผ่านการทำ Outplacement แต่ยังเสนอทางออกให้สำหรับผู้บริหารระดับสูงได้ด้วย

  1. พวกเขาเสนอทางเลือกอื่นในการปลดพนักงานออก (layoff) หรือไม่?
    มีหลายกรณีที่เราไม่สามารถหลีกเลี่ยงการปลดพนักงานออกได้ แต่อย่างไรก็ตาม บริษัทที่มีประสบการณ์ในการทำบริการสานต่ออาชีพ (Career Transition) จะชี้แจงให้ชัดเจนว่า การทำ Outplacement เป็นเพียงแค่หนึ่งในกลยุทธ์การจัดการกำลังคน บริษัทที่ให้บริการสานต่ออาชีพจะตรวจสอบให้แน่ใจว่าความคุ้มค่าอื่น ๆ เช่นการจัดอบรมพัฒนาทักษะใหม่ให้พนักงาน และการโยกย้ายตำแหน่งงาน ได้มีการดำเนินการอย่างเต็มที่แล้วก่อนที่จะมีการปลดพนักงานออก
  2. พวกเขาให้ความสนใจเพียงแค่การนำบุคลากรในบริษัทของคุณออกหรือว่าพวกเขาสนใจอนาคตของพนักงานบริษัทของคุณจริง ๆ ?
    บริษัทที่มีประสบการณ์ในการทำบริการสานต่ออาชีพรู้ว่าเมื่อไหร่ที่การปลดพนักงานออกนั้นไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ และความสำเร็จไม่สามารถวัดได้จากการที่พวกเขาหางานใหม่ให้พนักงานคุณเร็วขนาดไหน เพราะพนักงานบางคนไม่สามารถหาตำแหน่งงานที่คล้ายกันได้ในองค์กรอื่น พนักงานเหล่านั้นจึงต้องการมากกว่าหลักสูตรที่สอนการเขียนเรซูเม่อย่างมืออาชีพ และ เทคนิคการสัมภาษณ์งาน พวกเขาต้องการบริษัทที่มีประสบการณ์เพื่อระบุเส้นทางอาชีพ ที่ซึ่งอาจจะต้องรวมไปถึงการ Reskill และ Upskill ให้พวกเขาเหล่านั้นไม่เพียงแต่จะได้หางานใหม่แต่เป็นงานใหม่ที่ดีกว่า
  3. พวกเขาสามารถนำส่งตำแหน่งงานให้กับอดีตพนักงานของคุณได้จริงไหม หรือพวกเขาแค่จะนำแหล่งงานที่ประกาศตามออนไลน์มาให้?
    พันธมิตรในการทำ Outplacement ที่ดีเยี่ยมคือผู้ที่สามารถเชื่อมต่อพนักงานของคุณให้กับผู้จัดการสรรหาพนักงานที่มีศักยภาพ ที่มีหน้าที่สัมภาษณ์และจ้างพนักงานผู้มีฝีมือได้แบบ Real time เพื่อเติมเต็มตำแหน่งงานที่เปิดรับสมัครอยู่ เพราะตำแหน่งงานที่ดีที่สุดส่วนใหญ่ไม่ได้ถูกประกาศผ่านบอร์ดหางานออนไลน์ การเข้าถึงและความเข้าใจในตลาดงานที่ซ่อนอยู่เป็นความสามารถพิเศษซึ่งบริษัทที่เพิ่งเข้ามาใหม่ในธุรกิจด้านนี้ส่วนใหญ่ไม่สามารถทำได้
  4. พวกเขาอยากจะพูดคุยถึงพนักงานในอนาคตของบริษัทคุณไหม?
    บริษัทที่ได้รับการยอมรับว่าเป็นผู้ว่าจ้างที่ดีที่สุด รู้ว่าความท้าทายที่แท้จริงในปัจจุบันคือ วิธีการพิสูจน์ศักยภาพพนักงานของพวกเขาในอนาคตเพื่อลดความจำเป็นในการปลดพนักงานออก คุณสามารถทำแบบนั้นได้เพียงแค่คิดว่าคุณมีพนักงานที่เหมาะสมกับตำแหน่งแล้ว และทักษะแบบไหนที่คุณจะต้องการในอนาคต  แต่โชคร้าย การปลดพนักงานออกเป็นเรื่องจริงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำ บริษัทที่ให้บริการสานต่ออาชีพ (Career Transition) อย่างถูกต้องตามกฎหมายสามารถช่วยคุณสร้างพนักงานแห่งอนาคตได้ โดยช่วยให้พวกเขาได้รับทักษะใหม่ ๆ เพื่อให้พวกเขารับรู้ถึงการชะลอตัวและการเปลี่ยนแปลงของตลาด โดยที่ไม่ต้องเข้าไปอยู่ในวังวน “ไล่ออก-จ้างใหม่” อันแสนแพง

พันธมิตรในการทำ Outplacement ที่ดีจะเข้าใจว่าหากคุณต้องเลิกจ้างพนักงานบางส่วน นั่นเป็นเพราะทางเลือกอื่น ๆ นั้นได้ถูกทดลองหมดแล้ว เมื่อมีการเลิกจ้างเกิดขึ้น บริษัทผู้มีประสบการณ์ในการให้บริการสานต่ออาชีพ (Career Transition) จะสร้างความมั่นใจได้ว่าพนักงานของคุณจะไม่ได้เพียงย้ายออกจากบริษัท แต่พวกเขาจะได้รับการสนับสนุนเพื่อให้ประสบความสำเร็จอย่างแท้จริงในตลาดแรงงาน และการทำเช่นนั้นบริษัทที่คุณเลือกเข้ามาทำ Outplacement จะมีกลยุทธ์ในการปกป้องชื่อเสียงองค์กรของคุณ ทั้งยังเป็นที่หมายของพนักงานที่มีศักยภาพสูงอีกด้วย

และสำคัญที่สุดเหนือสิ่งอื่นใด พันธมิตรที่ให้บริการสานต่ออาชีพ (Career Transition) ที่ไว้ใจได้จะทำให้คุณมั่นใจว่าในอนาคตคุณจะสามารถสร้างทีมงานที่สามารถพัฒนาเพื่อตอบสนองความท้าทายของอนาคตที่มีความไม่แน่นอนได้

 

ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม เกี่ยวกับบริการ Outplacement และ Career Transition ได้ที่

02-653-5040 และ [email protected]

Facebook: LHH Thailand

LinkedIn: LHH Thailand