My First Day at Work การทำงานวันแรกของผม

เขียนโดย  RANJIT DE SOUSA, President of LHH

แปลโดย LHH THAILAND  MARCH 14, 2019

 

“การทำงานวันแรก” สำหรับผมนั้นมีอยู่หลายครั้งเพราะว่าตอนที่ผมเด็ก ๆ ผมได้มีโอกาสทำงานมากมาย แต่ว่ามีเหตุการณ์ที่ผมไม่สามารถลืมได้เลยนั่นคือ การที่ผมได้ไปสัมภาษณ์งานที่บริษัท Henkel บริษัทผลิตภัณฑ์เคมีภัณฑ์สัญชาติ เยอรมัน ผมได้ทำงานที่นั่นเป็นเวลาทั้งหมด 10 ปี

ตอนนั้นผมอายุ 24 ปี และผมพึ่งจบมหาวิทยาลัย จากสาขาวิศวกรพาณิชยกรรม ทางบริษัทเชิญผมเข้าร่วมในการสัมภาษณ์ ซึ่งเป็นการสัมภาษณ์ที่ยาวนานที่สุดเลยก็ว่าได้ การสัมภาษณ์นั้นผมได้สัมภาษณ์กับผู้อำนวยการฝ่ายขาย แผนกผลิตภัณฑ์และอุปกรณ์การทำความสะอาด ซึ่งคำถามแรกที่เขาถามผม คือ คุณรู้อะไรบ้างเกี่ยวกับการทำความสะอาด?

“ทราบครับ”  ผมตอบกลับไป

ผู้อำนวยการถามต่อว่า: คุณสามารถทำงานกับเครื่องดิสก์แผ่นเดียวได้หรือไม่ (เครื่องดิสก์คือส่วนที่เอาไว้ใช้สำหรับขัดเสื่อน้ำมันหรือไม้ปาร์เก้ เป็นชิ้นส่วนที่ค่อนข้างหนัก สามารถถอดทำความสะอาดได้)

“ได้ครับ” ผมตอบ

ผู้อำนวยการก็ตอบกลับมาว่า: ดีเลย งั้นคุณช่วยมาทำความสะอาดบริเวณทางเดินนี้หน่อยสิ

ตอนแรกผมคิดว่าเขาพูดเล่น แต่เขาหมายความอย่างนั้นจริงๆ ผมจำได้เลยว่าการประกอบเครื่องดิกส์นั้นทั้งหนักและก็มีความซับซ้อน และผมก้ยังยังรู้สึกว่าเหตุการณ์นี้พึ่งผ่านไปเมื่อวานเอง ซึ่งเหตุการณ์นี้หละที่ทำให้ผมได้งานทำที่นี่

คุณ Franck Vancraeyveld คือผู้ที่สัมภาษณ์ผม และเขาก็กลายเป็นที่ปรึกษาที่ผมสนิทด้วยมากที่สุดในบริษัทนี้เลยก็ว่าได้ จริงๆแล้วมีสองบริษัทที่เสนอให้ผมไปทำงานด้วย ที่แรกคือที่นี่
Henkel และอีกที่หนึ่งคือธนาคาร แต่ผมก็ตัดสินใจเลือกที่จะทำงานที่นี่เพราะว่าผมประทับใจในตัวคุณ Franck เขาทำให้ผมเห็นว่าการทำงานจริงๆนั้นเป็นอย่างไร เขาคือผู้สอนบทเรียนที่สำคัญในชีวิตให้กับผม -คุณลองคิดดูสิว่า มันมีความหมายมากแค่ไหนที่มีคนมาคอยอธิบายสิ่งต่างๆให้คุณฟัง สำหรับผมการให้คำปรึกษาเป็นสิ่งที่มีคุณค่าอย่างมาก มันคือสิ่งที่ผมสามารถนำติดตัว เอาไปใช้ในอาชีพการงานของผมมาจนถึงปัจจุบัน

แน่นอนว่ามันเป็นธรรมดาที่ผมต้องรู้สึกเป็นกังวล แต่มันก็ตื่นเต้นเหมือนกันนะเพราะว่านี่ก็เหมือนจุดเริ่มต้นของชีวิตที่เต็มไปด้วยเป้าหมายรวมถึงความคาดหวัง แต่ผมก็รู้ว่าผมยังไม่มีประสบการณ์มากพอที่จะดำเนินชีวิตหรือเริ่มต้นการทำงานโดยที่คาดหวังอะไรสูงๆได้มากนัก เพราะว่าระหว่างทางผมอาจจะหลงทางก็เป็นได้ เพราะฉะนั้นนี่คือคำตอบว่าทำไมผมต้องมีไกด์ไว้นำทาง

ผมรู้วิธีการใช้เครื่องขัดเงาเพราะว่าผมมี “งานแรก” มาหลายครั้งแล้ว ตอนผมอายุ 11 ผมเริ่มขายขนมหวานและพวกหมากฝรั่่งที่โรงเรียนในเบลเยี่ยม ซึ่งเป็นที่ที่ผมจากมา และในขณะนั้นผมก็ทำงานในร้านหนังสือของแม่ด้วยเช่นกัน พอผมอายุ 15 ผมก็เริ่มทำงานพาร์ทไทม์ในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์รวมถึงงานเลี้ยงใหญ่ๆนอกเวลาเรียน และนั่นเป็นการที่ทำให้ผมเรียนรู้วิธีการเสิร์ฟอาหาร

หลังจากนั้นไม่นาน แม่ของผมก็ขายร้านหนังสือของท่านและกลายเป็นผู้จัดการสาขาให้กับ บริษัททำความสะอาดขนาดใหญ่ ดังนั้นในช่วงวันหยุดผมก็จะไปช่วยแม่ทำงาน และนั่นคือที่ที่ทำให้ผมได้เรียนรู้การใช้เครื่องเคลือบเงา ใครจะไปเดาได้ว่าการทำความสะอาดจะเป็นปัจจัยหลักซึ่งช่วยให้ผมได้งานทำ

อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญก็คือ การได้เรียนรู้จากประสบการณ์จริง “งานแรก” ส่วนใหญ่แล้วจะเกี่ยวกับตัวของผมเกือบจะทั้งหมด ผมแข่งกีฬามาตลอด และสิ่งที่ผมค้นพบในการทำงานงานแรกก็คือ ผมสามารถแข่งขันในธุรกิจได้เช่นเดียวกัน ผมได้รับความมั่นใจจากบริษัทภายในเวลาอันสั้น พวกเขาให้ผมรับผิดชอบงานต่างๆมากขึ้นซึ่งมันช่วยให้ผมพัฒนาตนเองไปได้อย่างรวดเร็ว

ผมใช้เวลาประมานหนึ่งเดือนในการเรียนรู้เกี่ยวกับสิ่งต่างๆในบริษัท นั่นรวมถึงการเดินทางไปฮอลแลนด์และเยอรมนีเพื่อทำความรู้จักกับทีมและเพื่อนร่วมงานของผม ผมได้รู้จักคนมากขึ้นเป็นวงกว้างและค่อยๆเฉพาะเจาะจงซึ่งเน้นไปทางด้านการผลิต ที่เป็นผู้ที่ผมจะได้ร่วมงานด้วยและผมก็ดีใจที่ผมจะได้เป็นส่วนหนึ่งของการเข้าร่วมการฝึกอบรม

อีกบทเรียนหนึ่งที่สำคัญสำหรับผมก็คือ ตอนที่ผมได้เลื่อนขั้นเป็นผู้จัดการ ผมรู้สึกว่ามันเป็นการต้อนรับที่ดีมาก มันเป็นจุดเริ่มต้นในการเลื่อนตำแหน่งของผมที่ดีเลยหละ ผมได้เข้าร่วมโปรแกรมการปรับตัวให้เข้ากับองค์กร ซึ่งมีที่ปรึกษาเฉพาะคอยให้คำปรึกษา ผมรู้สึกประทับใจตรงที่บริษัทเตรียมสิ่งต่างๆไว้ให้กับผมเพื่อให้ผมพร้อมสำหรับการเริ่มต้นการทำงานให้กับองค์กร ซึ่งมันทำให้ผมเห็นว่าพวกเขาแคร์ผม

ในวันที่ 24 เมษายน ผมและเพื่อนร่วมงานกว่า 4,000 คนในกลุ่ม Adecco ได้เปิดโอกาสให้กับหนุ่มสาวหลายพันคนที่กำลังหางานมาเข้าร่วมการฝึกอบรมและการปฐมนิเทศซึ่งจัดขึ้นในประเทศมิลาน และผมก็เฝ้ารอที่จะได้พบกับพวกเขาเหล่านั้น

สำหรับคนนับพันทั่วโลกที่ผมไม่สามารถเจอด้วยตนเองได้ ผมมีสามสิ่งที่ต้องการจะสรุปให้คุณฟัง นั่นคือ

1) การเริ่มต้น: คว้าโอกาสและดำเนินต่อไป ประสบการณ์ “ทำความสะอาด” ของผมทำให้ผมได้งานในฝัน จงอ่อนน้อมถ่อมตนและเปิดกว้างให้กับการเรียนรู้ แล้วการทำงานอย่างหนักจะส่งผลกลับมาหาคุณเอง

2) การเรียนรู้เกี่ยวกับตัวคุณเอง: สิ่งนี้ได้จากประสบการณ์ เรียนรู้สิ่งที่คุณรักและสิ่งที่คุณทำได้ดี มันจะช่วยให้คุณค้นหาเป้าหมายและไปในทิศทางที่ถูกต้อง

3) การมองหาที่ปรึกษาที่ดี: นี่อาจเป็นสิ่งที่ยากที่สุดที่จะทำได้ แต่คำแนะนำที่ผมจะให้ก็คือ การคงความอ่อนน้อมถ่อมตนในการฟังและการเรียนรู้จากประสบการณ์ทั้งเชิงบวกและเชิงลบ และสิ่งสำคัญขั้นต่อไปก็คือ การเป้นผู้ตามที่ดี เชื่อฟังผู้นำของคุณ คุณจะได้รับการสอนที่ดีที่สุดและช่วยให้คุณเดินไปข้างหน้าได้เร็วยิ่งขึ้น

แล้ววันแรกของคุณล่ะเป็นแบบไหนกัน?